บทความ คุณคือมนุษย์ที่มีความสุข
ทำไมคุณควรเชื่อว่า
คุณคือมนุษย์ที่มีความสุข
วันนี้อยากจะมาชวนคุยเกี่ยวกับเรื่องของ ความเชื่อกันสักหน่อยครับ
มีคำกล่าวที่ว่า
หากคุณเชื่อแบบไหน คุณก็จะเป็นแบบนั้น คุณผู้อ่านคิดว่าประโยคนี้ จริงเท็จมากน้อยแค่ไหนครับ
ยกตัวอย่างเช่น
สมมุติว่า คุณผู้อ่านเชื่อว่าชาติหน้ามีจริง หรือเชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริง ๆ นะครับ
คำถามคือ
หาก
คุณผู้อ่านเชื่อเช่นนั้น คุณผู้อ่านจะกล้าทำสิ่งที่ไม่ดีหรือเปล่าครับ
หาก
คุณผู้อ่าน เชื่อว่าการกินอาหาร Junk food มันส่งผลต่อสุขภาพของ
คุณผู้อ่าน ทำให้ คุณผู้อ่านอ้วน ทำให้ คุณผู้อ่าน ป่วย
คำถามคือ
คุณผู้อ่านจะกินมันไหมครับ
ดูเหมือนว่าความเชื่อ
จะเป็นตัวกำหนดความเป็นตัวเราจริง
ๆ นะครับ
ความคิดความอ่านของเรา
ทัศนคติที่เรามีต่อสิ่งต่าง ๆ ล้วนเกิดจากความเชื่อของเราเป็นองค์ประกอบด้วยกันทั้งนั้น
อย่างเช่นการซื้อลอตเตอรี่
หากชายคนหนึ่งเชื่อว่า
เขาจะต้องถูกรางวัลในสักวันหนึ่ง เขาก็คงจะซื้อลอตเตอรี่ทุกงวดโดยไม่ขาด
หากชายคนหนึ่งเชื่อว่า
เขาจะต้องจีบสาวสวยคนนี้ติดอย่างแน่นอน
เขาก็คงจะไม่
ล้มเลิกความพยายามที่จะจีบเธอ
ไม่ว่าจะยาก
สักแค่ไหนก็ตาม
ผมเคยดูสารคดีการเดินป่าเรื่องหนึ่งครับ
มันจะมีฉากที่สามีบอกให้ภรรยากระโดดข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง
แต่ภรรยาบอกว่า
เธอกลัว กลัวว่าจะข้ามไปไม่พ้น
เธอเชื่อว่า
ตัวเธอนั้น ต้องตกลงไปข้างล่างแน่ ๆ
ทำให้จนแล้วจนรอด
ภรรยาจึงไม่กล้าที่จะกระโดดข้ามไปสักทีครับ
จนกระทั่งสามีของเธอได้พูดโน้มน้าวเธอว่า
เธอทำได้
และเมื่อภรรยาเปลี่ยนความเชื่อของตัวเอง
จากที่ตัวเธอคิดว่าคงทำไม่ได้ กลายเป็นเชื่อว่าฉันจะต้องทำได้
เธอจึงเริ่มกระโดด
และผลก็คือ เธอกระโดดข้ามไปสำเร็จครับ
จากเรื่องนี้
แสดงให้เราเห็นนะครับว่า
ความคิดที่จะกระโดดหรือไม่กระโดดนั้น
มันขึ้นอยู่กับความเชื่อล้วน
ๆ เลยครับ
หากเราเชื่อว่า
เราคงกระโดดข้ามไปไม่ได้
เราจะไม่กระโดด
แต่หากเราเชื่อว่า
เราสามารถกระโดดข้ามไปได้แน่
เราจะกระโดดโดยไม่ลังเล
อาจารย์เจษฎาเคยกล่าวไว้ครับว่า
ถึงเขาจะเชื่อในวิทยาศาสตร์มากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวล่วง
ความเชื่อส่วนบุคคลของใคร
พูดง่าย
ๆ นะครับก็คือ ไม่ว่า คุณผู้อ่านจะมีความเชื่อแบบไหน
ความเชื่อก็เป็นแค่ความเชื่อเท่านั้น ไม่มีถูกหรือผิดเหรอครับ
มันเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคลครับ
ที่จะเลือกว่าจะเชื่ออะไร
แต่จากที่ผมยกตัวอย่างมาทั้งหมดนะครับ
คุณผู้อ่านก็น่าจะเห็นแล้วใช่ไหมครับว่า
หากมนุษย์ได้เชื่อแบบไหนลงไปแล้ว
ครับ
ความเชื่อนั้น ก็มักจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของพวกเขา เป็นอย่างมากเลยครับ
หาก
คุณผู้อ่านเชื่อว่า คุณผู้อ่าน
เป็นคนอ่อนแอ
ร่างกายไม่แข็งแรง คุณผู้อ่านจะไปกล้าทำอะไรที่คนแข็งแรงเขาทำกันได้ละครับ
มันก็เหมือนกับทฤษฎี
ยาแป้งนั่นล่ะครับ
ที่หมอ
รักษาคนไข้มานานครับ แต่คนไข้
ก็ไม่หายสักที
หมอเลยลองจ่ายยาที่เป็นแป้งให้กับคนไข้ได้กินดูครับ
โดยอ้างว่ายาเม็ดนี้เป็นยาวิเศษ
ถ้ากินเข้าไปรับรองได้เลยว่าหายแน่นอน
ทั้ง
ๆ ที่ข้างในแคปซูล ไม่ได้บรรจุตัวยาอะไรไว้เลยครับ
ใส่แค่แป้งไว้เฉย ๆ
ปรากฏว่าคนไข้ที่กินยาเม็ดนั้นเข้านะครับ
กลับบอกว่า
ตัวเองนั้น
รู้สึกว่าอาการดีขึ้นเฉยเลย
เห็นไหมครับว่า
ความเชื่อนั้น ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของเรามาแค่ไหน
ถ้าความเชื่อเป็นสิ่งที่สำคัญขนาดนั้นนะครับ
คุณผู้อ่าน
ทำไม
คุณผู้อ่านไม่เลือกที่จะเชื่อ ในสิ่งที่จะส่งผลดี
กับตัวของ
คุณผู้อ่านละครับ
หาความเชื่อสำคัญขนาดนั้น
มันก็คงจะดีนะครับ
หาก คุณผู้อ่าน
เลือกที่จะเชื่อว่า
คุณผู้อ่านเป็นคนที่มีความสุข
เลือกที่จะเชื่อว่า
คุณผู้อ่านเป็นคนฉลาด
เลือกที่จะเชื่อว่า
คุณผู้อ่านเป็นคนสุขภาพดี
เลือกที่จะเชื่อว่า
คุณผู้อ่าน ทำได้
แล้วถ้า
คุณผู้อ่านเชื่อในสิ่งที่ดีต่อตัว คุณผู้อ่านได้ ชีวิตของ คุณผู้อ่าน
ก็จะเปลี่ยนไปอยากแน่นอนครับ
ดังนั้นหากอยากมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม
เริ่มต้นจากการเปลี่ยนความเชื่อนะครับ
ทิ้งความเชื่อเก่า
ๆ ที่ทำให้ชีวิตเราไม่มีความหวัง
แต่จงเชื่อในพลัง
เชื่อในความสุข เชื่อในตัวเอง
สามารถฟังบทความดีๆ ในรูปแบบของพอดแคสต์ได้นะครับ
จาก บทสรุปฉบับแฮมแฮม พอดแคสต์
ทุกแพลตฟอร์มเลยครับ^^

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น