บทความ ถ้าคุณเหลือเวลาอีกแค่ 1 ปี




หาก คุณผู้อ่านทราบว่า ตนเองกำลังจะตาย และ คุณผู้อ่าน

มีเวลาเหลือเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น 

 คุณผู้อ่านจะทำอะไรครับ 

 

วันนี้ผมมีเรื่องราวของ ชายคนหนึ่งครับ ที่ชื่อว่า 

จอห์น แอนโทนี่ เบอร์เจส เวลสัน จะมาเล่าให้ฟังนะครับ 

 

โดยคุณแอนโทนี่ นะครับ หลายคนน่าจะรู้จักเขาในบทบาทของ นักเขียนนิยายชื่อดังชาวอังกฤษครับ นิยายที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วของเขานะครับ

ก็คือหนังสือที่มีชื่อว่า A Clockwork Orange'

 

ตอนที่คุณแอนโทนี่ อายุได้ 40 ปีนะครับ ชีวิตของเขาก็ต้องพบเจอกับข่าวร้าย ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตครับ 

 

เพราะเขาได้ทราบครับว่า ตัวเขานั้น

มีก้อนเนื้อมะเร็งร้ายอยู่ในสมองของเขาครับ และดูเหมือนมัน  

จะสามารถฆ่าเขา ในเวลาไหน เมื่อไหร่ก็ได้นะครับ

 

เมื่อคุณแอนโทนี่ ได้ยินข่าวร้ายแบบนี้นะครับ ก็แน่นอนว่าเขา  ก็เป็นเหมือนกับคนทั่วไปนั่นแหละครับ เรียกได้ว่าชีวิตเสียศูนย์กันเลยทีเดียว 

 

เขาให้สัมภาษณ์ว่า ชีวิตของเขาในตอนนั้นนะครับ

พังโดยสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ 

 

แต่สิ่งที่คุณแอนโทนี่ กังวลมากที่สุดนะครับ ไม่ใช่ความตายที่กำลังจะมาเยือนเขานะครับ แต่เป็นภรรยาสุดที่รักของเขา ที่ต้องอยู่บนโลกนี้ต่อไป เพียงลำพัง

 

เขาก็เลยมานั่งคิดครับว่า  จากที่หมอบอกนะครับ ดูเหมือนว่า เขา  จะมีเวลาอยู่บนโลกใบนี้ได้แค่ไม่เกิน 1 ปีเท่านั้นนะครับ 

 

ซึ่งวันที่คุณหมอวินิจฉัย  มันตรงกับเดือนมกราคมปี 1960 พอดีด้วยนะครับ

 

ดังนั้นก็เท่ากับว่า เขา  จะอยู่บนโลกใบนี้ ได้อีก

เพียงแค่ 1 ฤดูหนาว 1ฤดูใบไม้ผลิ และ1ฤดูร้อนเท่านั้นครับ

 

 และเขา  ก็จะตายภายในฤดูใบไม้ร่วงในปีนั้นเลยนะครับ 

 

คุณแอนโทนี่ บอกว่าตัวเขานะครับ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนหนังสือแต่อย่างใดนะครับ แต่เขาก็มั่นใจในศักยภาพการเขียนของเขาอยู่พอตัวเหมือนกัน

 

เอาจริง ๆ ก็คือ ในสภาพของเขาตอนนี้นะครับ การเขียนหนังสืออาจจะเป็นเพียงแค่ไม่กี่สิ่ง

ที่เขาพอที่จะทำได้ครับ 

 

เขาก็เลยใส่กระดาษเข้าไปในเครื่องพิมพ์ดีดนะครับ

แล้วก็เริ่มพิมพ์ในทันที คุณแอนโทนี่บอกว่า ในตอนที่เขากำลังพิมพ์นะครับ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า งานเขียนของเขา  จะได้ตีพิมพ์หรือเปล่า 

 

แต่นั่นก็เป็นสิ่งเดียวครับ ที่เขาคิดว่าเขาพอที่จะทำได้

ในตอนนี้ 

 

อย่างน้อยถ้าเขาเขียนแล้วหนังสือของเขาได้ตีพิมพ์สำเร็จ ขึ้นมาจริง ๆ นะครับ

 

เขาก็จะได้มีอะไรสักอย่าง ฝากไว้ให้กับภรรยาของเขาก่อนที่เขาจะตายครับ 

 

อันนี้ต้องอธิบายให้ คุณผู้อ่านเข้าใจนะครับว่า 

ในสมัยนั้น การขายหนังสือ

 เป็นธุรกิจที่หากดังแล้ว  เงินดีมาก ๆ ครับ 

 

แล้วอีกอย่าง หากหนังสือติดตลาดและขายดี ก็จะมีการตีพิมพ์ไปเรื่อย ๆ ครับ นักเขียนก็จะได้ค่าส่วนแบ่งต่อไปเรื่อย ๆ  เป็น Passive Income นั่นคือ ทำครั้งเดียวแต่ได้เงินไปตลอด ครับ



จุดพีคก็คือ ปกติ 1 ปี    คุณผู้อ่านคิดว่า 

 คุณผู้อ่านจะเขียนหนังสือได้กี่เล่มครับ 

 

ในฐานะที่ผมก็ กำลังเขียนหนังสือเป็นของตัวเองอยู่เหมือนกันนะครับ บอกเลยครับว่า การเขียนหนังสือให้เสร็จ 1 เล่ม  อยากมาก ๆ ครับ 

 

แต่ปรากฏว่า 1 ปีผ่านไปนะครับ คุณแอนโทนี่

สามารถเขียนหนังสือจนจบนะครับ ได้ถึง 5 เล่มครึ่งก่อนสิ้นปีกันเลยทีเดียวครับ เรียกได้ว่าเยอะมาก ๆ  

 

แต่ที่น่าตกใจก็คือ จริง ๆ ช่วงนี้ อาการมันน่าจะเริ่มกำเริบมากขึ้นนะครับ

 แล้วเขาก็ควรที่จะใกล้ตายได้แล้ว

แต่ดูเหมือนอาการ  มันจะไม่แสดงออกมาเลยนะครับ 

 

คุณแอนโทนี่  จึงได้ไปหาคุณหมออีกครั้งครับ

เพื่อตรวจว่า ก้อนมะเร็งในสมองของเขา   

มันได้ลุกลามไปถึงไหนแล้ว 

 

ปรากฏว่า หลังจากที่เขาไปหาคุณหมอรอบนี้นะครับ 

ก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นครับ นั่นก็คือ ก้อนมะเร็งร้ายในสมองของเขานะครับ มันเริ่มทุเลาลง

 แล้วหลังจากนั้น  ไม่นานครับ มันก็หายไป ซะงั้นเลย

 

เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นยากมาก ๆ ครับ แต่มันก็เกิดขึ้นกับเขาแล้ว 

 

สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็คือเขา  สามารถเขียนหนังสือได้ 5 เล่มครึ่งภายใน 1 ปีนะครับ ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะมาก ๆ สำหรับนักเขียนคนหนึ่ง 

 

ดูเหมือนการที่เขาคิดว่าเขาใกล้จะตายนะครับ 

มันได้ดึงศักยภาพที่แท้จริงในตัวของเขาออกมา 

ทำให้ 1 ปีที่เหลือของเขา เป็นหนึ่งปีที่เขาทุ่มเทให้กับการเขียนอย่างแท้จริงครับ 

 

และจากชีวประวัติของ คุณแอนโทนี่นะครับ

ดูเหมือนว่า ทั้งชีวิต  เขาจะเขียนหนังสือและได้ตีพิมพ์ถึง 70 เล่มเลยทีเดียวนะครับ 

 

แน่นอนว่าจำนวนที่มากขนาดนี้ ที่เขาสามารถเขียนได้  ก็เพราะเขาได้เรียนรู้ การดึงศักยภาพของตัวเองออกมา ใน 1 ปีแห่งความสิ้นหวังนั้นเองครับ 

 

แล้ว คุณผู้อ่านล่ะครับ หากมีเวลาเหลืออีกแค่ 1 ปี  คุณผู้อ่านจะทำอะไร 

 

เราทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง ดังนั้นดึงมันออกมาให้ได้ครับ อย่ารอให้ถึงวันที่สาย  เพราะเรื่องร้าย ๆ  ไม่ได้มีปาฏิหาริย์สำหรับทุกคน




 สามารถฟังบทความดีๆ ในรูปแบบของพอดแคสต์ได้นะครับ

จาก บทสรุปฉบับแฮมแฮม  พอดแคสต์

ทุกแพลตฟอร์มเลยครับ^^


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิธีลืมความรักครั้งเก่า

บทความ เทคนิคการจีบสาว ฉบับเจ้าของเพจสายลมแห่งชีวิต

บทความ แตะตัวทำให้ชอบกันได้ไหม

ทำไมคุณถึงไม่ควรแคร์คำพูดของป้าข้างบ้าน

บทความ เทคนิคการจดจำ